ตัววางแผนเพซแข่งว่ายน้ำ
แบ่งเวลาเป้าหมายออกเป็นช่วง 50m/100m พร้อมกลยุทธ์ออกตัวแบบควบคุมหรือ negative split
| ช่วง | เวลาเป้าหมาย | สะสม | คำแนะนำ |
|---|---|---|---|
| 0-100m | 01:40 | 01:40 | ออกตัวอย่างผ่อนคลายเพื่อหาความรู้สึกของน้ำ |
| 100-200m | 01:40 | 03:20 | ออกตัวอย่างผ่อนคลายเพื่อหาความรู้สึกของน้ำ |
| 200-300m | 01:36 | 04:56 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 300-400m | 01:36 | 06:32 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 400-500m | 01:36 | 08:08 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 500-600m | 01:36 | 09:44 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 600-700m | 01:36 | 11:20 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 700-800m | 01:36 | 12:56 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 800-900m | 01:36 | 14:32 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 900-1000m | 01:36 | 16:08 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 1000-1100m | 01:36 | 17:44 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 1100-1200m | 01:36 | 19:20 | รักษาจังหวะให้คงที่ |
| 1200-1300m | 01:33 | 20:53 | เพิ่ม stroke rate โดยรักษา stroke length |
| 1300-1400m | 01:33 | 22:26 | เพิ่ม stroke rate โดยรักษา stroke length |
| 1400-1500m | 01:33 | 23:59 | เพิ่ม stroke rate โดยรักษา stroke length |
ในการว่ายน้ำระยะกลางและระยะไกล การออกตัวเร็วเกินไปทำให้เทคนิคและ stroke length พังลงอย่างรวดเร็ว Thompson et al. (2003) เปรียบเทียบการคุมเพซแบบสม่ำเสมอ แบบ positive (ออกตัวเร็ว) และแบบ negative ในท่ากบ พบว่าแบบ positive ทำให้แลคเตทในเลือดและระดับความเหนื่อยที่รับรู้สูงกว่าแบบสม่ำเสมอและแบบ negative อย่างมีนัยสำคัญ — ต้นทุนของการออกตัวแรงคือการเข้าสู่ระบบพลังงานแบบไม่ใช้ออกซิเจนเร็วขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพของ stroke length และ stroke rate ลดลงตามไปด้วย นักว่ายน้ำส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากการคุมช่วง 10-20% แรกให้ค่อนข้างประหยัดแรง รักษาช่วงกลางให้คงที่ แล้วเพิ่ม stroke rate ในช่วง 15-25% สุดท้าย ระยะสั้นสามารถออกตัวเร็วกว่าได้ แต่ช่วงแรกก็ยังไม่ควรทำให้จังหวะการว่ายเสียไป
แหล่งข้อมูล: Thompson et al. 2003, Eur J Appl Physiol