跳至主要內容

การผงาดของแบรนด์จักรยานสัญชาติไต้หวัน: เส้นทางสู่โลกของ Giant และ Merida

國際單車

การผงาดของแบรนด์จักรยานสัญชาติไต้หวัน: เส้นทางสู่โลกของ Giant และ Merida

หลายคนรู้ดีว่าไต้หวันคือฐานการผลิตจักรยานที่สำคัญที่สุดของโลก แต่การที่ไต้หวันพัฒนาตัวเองจาก “เกาะแห่งการรับจ้างผลิต” มาเป็นประเทศที่มีแบรนด์จักรยานระดับโลกถึงสองแบรนด์ นั่นคือ Giant (ไจแอนท์) และ Merida (เมอริดา) นั้นเป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งเกี่ยวกับการยกระดับอุตสาหกรรมและการสร้างแบรนด์

ภาพประกอบแบรนด์จักรยานและศักยภาพการผลิตของไต้หวัน

จุดกำเนิดของอุตสาหกรรมจักรยานไต้หวัน

ทศวรรษ 1970: จุดเริ่มต้นของยุครับจ้างผลิต

จุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมจักรยานไต้หวันแทบจะเดินไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันเลยทีเดียว

ตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1960 จนถึงต้นทศวรรษ 1970 ผู้ผลิตไต้หวันเริ่มรับออร์เดอร์ผลิตจักรยานแบบ OEM (รับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่น) จากแบรนด์ญี่ปุ่นและอเมริกา ด้วยต้นทุนแรงงานที่ต่ำและศักยภาพการผลิตที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้น ทำให้ไต้หวันก้าวขึ้นมาเป็นแหล่งผลิตจักรยานสำคัญของโลกอย่างรวดเร็ว

ลักษณะสำคัญในช่วงนี้:

  • ผู้ผลิตไต้หวันเกือบทั้งหมดรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่างชาติ
  • แทบไม่มีการรับรู้ในแบรนด์ของตัวเองเลย
  • กำไรบางเบา และการแข่งขันดุเดือด

วิกฤตที่กลายเป็นโอกาส: วิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970

วิกฤตน้ำมันปี 1973 กลับกลายเป็นแรงผลักดันที่ไม่คาดฝันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมจักรยานไต้หวัน

วิกฤตน้ำมันทำให้ความต้องการจักรยานในยุโรปและอเมริกาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (เพราะปั่นจักรยานถูกกว่าขับรถ) ออร์เดอร์ที่สั่งเข้ามายังผู้ผลิตไต้หวันจึงเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โรงงานต่างขยายกำลังผลิตอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ช่วงเวลานี้ก็ทำให้ผู้ผลิตไต้หวันเริ่มตระหนักถึงความเปราะบางของการรับจ้างผลิตล้วนๆ นั่นคือ เมื่อความต้องการของตลาดลดลง ออร์เดอร์ก็จะหายไปทันทีเช่นกัน

Giant (ไจแอนท์): จากโรงงานรับจ้างผลิตสู่อันดับหนึ่งของโลก

เรื่องราวการก่อตั้ง (ปี 1972)

Giant ก่อตั้งโดยคิง หลิว (King Liu) ที่เมืองต้าหลี่ นครไทจง โดยเริ่มต้นจากการผลิตจักรยานเด็ก ก่อนจะปรับตัวอย่างรวดเร็วมาเป็นการรับจ้างผลิตให้แบรนด์ต่างชาติ

จุดเปลี่ยนสำคัญ: ความร่วมมือกับ Schwinn ในปี 1981

ในปี 1981 Giant เริ่มรับจ้างผลิตให้ Schwinn ซึ่งเป็นแบรนด์จักรยานที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น ในช่วงพีคสุด ยอดผลิต OEM ของ Giant คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของยอดขาย Schwinn ทั่วโลก ความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ Giant เรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตจักรยานคุณภาพสูงและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างรวดเร็ว

การตัดสินใจด้านแบรนด์: เปิดตัวแบรนด์ Giant ของตัวเองในปี 1981

ในช่วงที่ธุรกิจรับจ้างผลิตรุ่งเรืองที่สุด คิง หลิวกลับตัดสินใจในสิ่งที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันเอง นั่นคือการเดินหน้ารับจ้างผลิตต่อไป พร้อมๆ กับการเปิดตัวแบรนด์ Giant ของตัวเองไปด้วย

การตัดสินใจครั้งนี้เผชิญกับการคัดค้านอย่างรุนแรงจากลูกค้าหลายรายในเวลานั้น (เพราะพวกเขาไม่อยากให้โรงงานรับจ้างผลิตกลายมาเป็นคู่แข่ง) แต่คิง หลิวก็ยืนหยัดในแนวทางของตัวเองต่อไป

การล่มสลายของ Schwinn: โอกาสของ Giant

ในปี 1992 Schwinn ยื่นล้มละลายจากปัญหาทางการเงิน และ Giant ก็สูญเสียลูกค้ารายใหญ่ที่สุดซึ่งคิดเป็น 70% ของยอดผลิต OEM ไปในชั่วข้ามคืน

แต่วิกฤตครั้งนี้กลับกลายเป็นตัวเร่งที่ผลักดันให้ Giant เปลี่ยนผ่านสู่การเป็นแบรนด์อิสระอย่างเต็มตัว เมื่อหลุดพ้นจากการพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ที่สุด Giant จึงทุ่มสรรพกำลังทั้งหมดไปกับการพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง

กลยุทธ์ระดับโลกของ Giant

ในปี 1986 Giant ได้ก่อตั้งบริษัทสาขาต่างประเทศแห่งแรกที่เนเธอร์แลนด์ นับเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายธุรกิจสู่ระดับโลก

หัวใจสำคัญของกลยุทธ์โลกาภิวัตน์:

  • ไม่ใช่แค่ส่งออกสินค้า แต่สร้างเครือข่ายการขายและการรับรู้แบรนด์ในแต่ละประเทศด้วยตัวเอง
  • จัดตั้งศูนย์ออกแบบและวิจัยพัฒนาของตัวเอง ไม่พึ่งพาการออกแบบจากภายนอก
  • สนับสนุนการแข่งขันระดับอาชีพเพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์

การลงทุนของ Giant ในวงการแข่งขันจักรยานอาชีพ:
ในทศวรรษ 1990 Giant เริ่มสนับสนุนทีมจักรยานอาชีพ นักปั่นชาวไต้หวันปรากฏตัวบนสนามแข่ง Tour de France และภาพลักษณ์แบรนด์ Giant ก็ก้าวเข้าสู่เวทีจักรยานระดับสูงสุดของโลกไปพร้อมกัน

Giant ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Giant เป็นหนึ่งในผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่ที่สุดของโลก:

  • มีโรงงานกระจายอยู่ทั้งในไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ และเนเธอร์แลนด์
  • มีบริษัทสาขาหรือตัวแทนจำหน่ายในราว 50 ประเทศ
  • ยอดจัดส่งต่อปีเกิน 6 ล้านคัน
  • แบรนด์ในเครือประกอบด้วย Giant และ Liv (แบรนด์จักรยานสำหรับผู้หญิง)

Merida (เมอริดา): เส้นทางสู่โลกที่เริ่มต้นจากลู่กัง

เรื่องราวการก่อตั้ง (ปี 1972)

Merida ก่อตั้งโดยเจิง ซงจู้ (Michael Tseng) ที่เมืองลู่กัง เขตจางฮว่า ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับ Giant และเริ่มต้นจากการรับจ้างผลิตเช่นเดียวกัน

ลูกค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของ Merida คือแบรนด์ Centurion จากเยอรมนี และต่อมายังกลายเป็นพันธมิตร OEM รายสำคัญของ Specialized ด้วย

ความสัมพันธ์พิเศษระหว่าง Merida กับ Centurion:
ในปี 1987 Merida เข้าถือหุ้นใน Centurion กลายเป็นผู้ถือหุ้นของแบรนด์จักรยานสัญชาติเยอรมันรายนี้ ซึ่งถือเป็นการเข้าซื้อกิจการข้ามพรมแดนที่กล้าหาญอย่างมากในยุคนั้น

กลยุทธ์ยุโรปของ Merida

ต่างจาก Giant ที่กระจายการลงทุนไปทั่วโลก Merida เลือกที่จะมุ่งเน้นตลาดยุโรปตั้งแต่ช่วงแรก โดยเฉพาะประเทศที่ใช้ภาษาเยอรมัน (เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์)

การสร้างแบรนด์ในยุโรป:

  • จัดตั้งทีมขายและการตลาดที่แข็งแกร่งในเยอรมนี
  • สนับสนุนทีมจักรยานถนนของเยอรมนี
  • แทรกซึมเข้าสู่วัฒนธรรมจักรยานของเยอรมนีอย่างลึกซึ้ง (เยอรมนีเป็นหนึ่งในตลาดจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป)

การลงทุนของ Merida ในวงการแข่งขันจักรยานอาชีพ

หมุดหมายสำคัญที่สุดของ Merida ในวงการแข่งขันจักรยานอาชีพ คือการเป็นผู้จัดหาจักรยานให้กับทีม Bahrain Victorious (และก่อนหน้านั้นหลายปีคือทีม Bora-Hansgrohe) ทำให้จักรยาน Merida ปรากฏตัวในการแข่งขันระดับสูงสุดของโลกอย่าง Tour de France

Merida ในปัจจุบัน

ปัจจุบัน Merida ติดอันดับ 5 อันดับแรกของวงการจักรยานโลก:

  • ยอดจัดส่งต่อปีเกิน 2 ล้านคัน
  • มีเครือข่ายจัดจำหน่ายในราว 80 ประเทศ
  • เยอรมนีคือตลาดต่างประเทศที่สำคัญที่สุด

Taiwan Excellence (สินค้าคุณภาพเยี่ยมของไต้หวัน) กับอุตสาหกรรมจักรยาน

ความสำเร็จโดยรวมของอุตสาหกรรมจักรยานไต้หวันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Giant และ Merida เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการยกระดับของห่วงโซ่อุปทานและคลัสเตอร์อุตสาหกรรมทั้งระบบ

คลัสเตอร์อุตสาหกรรมจักรยานในเขตจางฮว่า (แถบไทจง-จางฮว่า) ประกอบด้วย:

  • ผู้ผลิตเฟรมจักรยาน
  • ผู้ผลิตชิ้นส่วน (เช่น FSA และ Promax)
  • ผู้จัดหาวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยและคาร์บอนไฟเบอร์
  • โรงงานกลึงชิ้นส่วนความแม่นยำสูง

ห่วงโซ่อุปทานที่หนาแน่นเช่นนี้เองที่ทำให้ประสิทธิภาพการผลิตจักรยานของไต้หวันไร้เทียมทานในระดับโลก

A-Team: โมเดลความร่วมมือของวงการจักรยานไต้หวัน

ปัจจัยความสำเร็จอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวงการจักรยานไต้หวันคือ “A-Team” ซึ่งเป็นพันธมิตรอุตสาหกรรมที่ประกอบด้วยผู้ผลิตจักรยานและชิ้นส่วนรายใหญ่ของไต้หวัน

แนวคิดหลักของ A-Team คือความร่วมมือระหว่างคู่แข่ง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมทั้งระบบไปพร้อมกัน

ผลงานของ A-Team:

  • ร่วมกันกำหนดมาตรฐานทางเทคนิค
  • นำเสนอศักยภาพโดยรวมของวงการจักรยานไต้หวันสู่สายตานานาชาติ
  • มอบโซลูชันห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรให้กับผู้ซื้อระดับนานาชาติ

ความท้าทายที่วงการจักรยานไต้หวันเผชิญ

หลังความสำเร็จก็มาพร้อมกับความท้าทายใหม่ๆ:

การแข่งขันจากจีนแผ่นดินใหญ่:
เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตของจีนแผ่นดินใหญ่พัฒนาขึ้น ตลาดจักรยานราคาถูกก็เผชิญการแข่งขันที่รุนแรง ผู้ผลิตไต้หวันตอบสนองด้วยการเคลื่อนตัวสู่กลุ่มสินค้ามูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การยกระดับเทคโนโลยีคาร์บอนไฟเบอร์:
จักรยานคาร์บอนไฟเบอร์คือสนามรบสำคัญที่สุดในการยกระดับของผู้ผลิตไต้หวัน การพัฒนาฝีมือด้านคาร์บอนไฟเบอร์ให้ประณีตยิ่งขึ้นคือกุญแจสำคัญในการรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน

โมเดลขายตรงถึงผู้บริโภค (DTC):
การเติบโตของอีคอมเมิร์ซทำให้แบรนด์สามารถขายตรงถึงผู้บริโภคได้ ผู้ผลิตไต้หวันก็กำลังเรียนรู้ที่จะปรับตัวเข้ากับโมเดลธุรกิจใหม่นี้เช่นกัน

บทสรุป

เรื่องราวของ Giant และ Merida คือหนึ่งในกรณีศึกษาความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตของไต้หวัน

เส้นทางจากโรงงานรับจ้างผลิตสู่แบรนด์ระดับโลกนี้ ไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางธุรกิจเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณของชาวไต้หวันที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ นวัตกรรม และวิสัยทัศน์ระยะยาว

ครั้งต่อไปที่คุณปั่นจักรยาน Giant หรือ Merida อย่าลืมนึกถึงเส้นทางสู่โลกที่เริ่มต้นจากลู่กังและต้าหลี่เบื้องหลังจักรยานคันนั้น

อ่านเพิ่มเติม

相關影片
訂閱CT的頻道

訂閱 CT Yeh,看武嶺實測與路線攻略

北進武嶺、西進武嶺、經典百K,每條路線都親自騎過,配速、爬升、補給點全部實拍實測。

467 部影片 · 累計 838 萬次觀看